112 eyes

วันที่มืดมนของความยุติธรรม: โอกาสที่ประเทศไทยพลาดไปกับการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112

July 17, 2025

รัฐสภาไทยได้มีมติที่สร้างความผิดหวังอย่างมากและทำให้ความหวังในการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศลดน้อยลง การเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมสำหรับผู้ที่ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ถูกปฏิเสธอย่างชัดเจน สำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และอนาคตของประเทศไทยที่เป็นประชาธิปไตยจริงจัง เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่น่ากังวล

มาตรา 112 กำหนดโทษจำคุกยาวนานสำหรับผู้ที่ถูกมองว่าเป็นการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ กฎหมายนี้เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมาโดยตลอด แม้ว่าจะอ้างว่าเพื่อคุ้มครองสถาบัน แต่การตีความที่กว้างและการบังคับใช้อย่างไม่เป็นระบบ ได้ทำให้กฎหมายนี้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ใช้ในการปิดปากผู้เห็นต่าง ลดทอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และทำให้สังคมไทยเกิดบรรยากาศของความหวาดกลัว โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อขบวนการเคลื่อนไหวของเยาวชนเพื่อประชาธิปไตยเติบโตขึ้น

การปฏิเสธร่างนิรโทษกรรมครั้งนี้ส่งผลกระทบหลายด้าน บุคคลจำนวนมาก โดยเฉพาะนักกิจกรรมรุ่นใหม่ นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ต้องเผชิญกับโทษจำคุกระยะยาว หรือการต่อสู้ทางกฎหมายที่ยืดเยื้อ พวกเขาและครอบครัวยังคงต้องทนทุกข์กับความไม่แน่นอนและความเครียด การปฏิเสธนี้ยังส่งสัญญาณว่า การอภิปรายวิพากษ์วิจารณ์ แม้จะอยู่ในระดับที่สุภาพ ก็ยังคงเป็นเรื่องเสี่ยงในประเทศไทย ส่งผลให้เกิดการเซ็นเซอร์ตนเอง และลดทอนพื้นที่สำหรับการสนทนาอย่างเปิดเผย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสังคมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาไปข้างหน้า

นอกจากนี้ ร่างนิรโทษกรรมนี้เป็นโอกาสสำคัญสำหรับประเทศไทยในการสมานแผลทางสังคม และก้าวไปสู่อนาคตที่มีความครอบคลุมมากขึ้น แต่การปฏิเสธนี้แสดงให้เห็นถึงการเลือกเดินบนเส้นทางของการลงโทษ มากกว่าการเยียวยาและปรองดอง การใช้และบังคับใช้มาตรา 112 อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการนิรโทษกรรม ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลกแย่ลง และสร้างความกังวลให้กับองค์กรสิทธิมนุษยชนและประเทศที่ให้ความสำคัญกับประชาธิปไตย เกี่ยวกับสถานะของสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรมในไทย

ผลกระทบต่อประเทศไทยในระยะยาวคืออะไร?

สิ่งนี้สะท้อนถึงการต่อต้านการปฏิรูปที่มีความหมาย และการเลือกที่จะรักษาสถานการณ์ปัจจุบันไว้ แม้ว่าจะต้องแลกกับเสรีภาพขั้นพื้นฐาน การปฏิเสธเสียงเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะจากคนรุ่นใหม่ แสดงให้เห็นว่าเสียงเหล่านี้ยังไม่ถูกรับฟัง หรืออาจถูกกดทับโดยผู้มีอำนาจ เส้นทางสู่สังคมที่เปิดกว้างและเท่าเทียมจึงยิ่งยากขึ้น

ความผิดหวังนี้ยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อพิจารณาถึงบทบาทของรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย หลายฝ่ายเคยคาดหวังว่ารัฐบาลที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของประชาชน จะให้ความสำคัญกับสิทธิขั้นพื้นฐานและกระบวนการเยียวยาทางสังคม แต่การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมที่จะประนีประนอมกับหลักการ เพื่อแลกกับเสถียรภาพทางการเมืองในระยะสั้น ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกว่ารัฐบาลเลือกที่จะละทิ้งประชาชนที่ตนเองควรรับใช้ และปล่อยให้สังคมไทยยังคงเผชิญกับความขัดแย้งต่อไป

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ไม่ควรทำให้เราหมดหวัง

สำหรับ 112WATCH เหตุการณ์ครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของภารกิจในการเฝ้าระวัง บันทึกข้อมูล และเรียกร้องสิทธิให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรา 112 เราต้องทำหน้าที่ต่อไปในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความไม่เป็นธรรม ขยายเสียงให้กับผู้ที่ถูกปิดปาก และผลักดันการปฏิรูปที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมี

การต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและประชาธิปไตยต้องใช้เวลาและมีอุปสรรค การตัดสินใจในวันนี้เป็นการย้ำเตือนถึงปัญหาที่เราต้องเผชิญ แต่ก็ทำให้ความมุ่งมั่นของเราชัดเจนขึ้น เราจะยืนหยัดเคียงข้างผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรา 112 และเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศไทยที่มีเสรีภาพ ความยุติธรรม และเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

Pavin Chachavalpongpun

 

Site artwork by PrachathipaType

Contact Us  |  © 2024, 112Watch

Scroll to Top